รู้สึกผิดมากที่พาแมวไปรักษา แทนที่จะปล่อยให้เค้านอนพักสบายๆ

ขออณุญาตแขร์ประสบการณ์นะครับ  น้องแมวของผมอาจไม่ได้เป็นโรคไต หรือลิวคิเมีย
เพิ่งสูญเสียน้องแมวที่รักมากทีสุดไปเมื่อเช้ามืดคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  หลังจากเราอยุ่ด้วยกันมา 12 ปี 6 เดือน 28 วัน
เหตุเกิดจากวันที่ 1 มิถุนายน น้องร้องกลางดึกจากที่นอนอยู่ด้วยกันปกติ ร้องแบบเจ็บปวดมาก ผมก็อุ้มน้องมา และเรียกชื่อ สักพักน้องก็ตื่นและก็ทำหน้างงๆ พร้อมกับนอนต่อ ในตอนนั้น เราได้แต่คิดว่าน้องฝันร้าย หรือละเมอ
วันรุ่งขึ้น ก้ยังปกติ แต่ดูจะกินน้อยลง ให้กินอาหารเปียกที่ชอบก้อกินนิดเดียว  จนวันที่ 3 สังเกตเห็นว่าขาหลังเดินเซนิดหน่อย จึงพาไปหมอ เล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็จับเจาะเลือด และส่งตรวจทุกแผนก
และเมื่อผลออกตอนเย็น ก็ทำให้เราล้มทั้งยืน  ผลเลือดคือน้องค่าเลือดจางเหลือ 18%  จากตับอ่อนอักเสบรุนแรง
แต่ที่สาหัสกว่านั้น คือ พบเจอก้อนใกล้ปอด และเจอก้อนใกล้ตับอ่อน และก้อนในช่องท้อง  มีน้ำในช่องท้อง
ซึ่งหมอบอกว่า มันหนักมาก ทำอะไรต่อไม่ได้แล้ว ทำได้แค่ให้จากไปอย่างทรมานน้อยที่สุด
คำนี้ เหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย เราสงสัยมากที่ตรวจสุขภาพ ตรวจเลือดมาตลอด ทำไมไม่เคยรู้เลยว่ามีก้อนเนื้อในตัวลูกเรา หมอบอกว่า แมวเองเก็บอาการเจ็บทางกายเก่งมาก อดทนมากจนถึงที่สุดของอาการถึงแสดงออกมา
  เราเองก็อยากมีความหวังให้ลูกรอดชีวิต  จึงพามาให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด และสารพัดยาบำรุงเข้าเส้นเลือด  และเราก็ไม่ให้น้องแอดมิท เนื่องจากเป็นความตั้งใจว่า หากต้องจากไป ขอให้อยู่ที่บ้าน อยู่กับเจ้าของ เพื่อได้บอกลากัน  เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ให้น้องหมดลมที่โรงพยาบาลแล้ว รุ้สึกหดหู่มาก  คิดว่าถ้าเค้าเลือกได้ คงอยากจากไปกับเจ้าของที่เค้ารัก ในสถานที่ๆเค้าคุ้นเคยมากกว่า
เราพาน้องหาหมอออกบ้านเช้า เย็ยไปรับกลับมานอนบ้านทุกวัน  อาการก็ทรงๆ และบางวันแย่ลง
หมอเองก้เปลี่ยนแผรการรักษาไปทุกวัน วันนี้ขอเจาะน้ำ  พอไปไม่เจาะแล้ว กลัวแมวทรุด
อีกวันโทรมาขอเจาะบอกแมวไม่สบายตัว   เจอแล้วเครียดไปหมด  
ให้เราหาแมวมาให้เลือด เราก็หามา สุดท้ายบอกว่าผลเลือดเข้ากันไม่ได้ บอกแค่นี้ ไม่อธิบายอะไรต่อ
บอกแค่ อาการน้องแมวเราไม่ดี ต่อให้หาแมวมาอีกสิบตัว ก้ไม่มีใครให้ได้  
จนมาถึงวันนึงที่ระหว่างเดินยา  น้องร้องมากแพราะแสบจากยา แต่หมอยังเดินยาต่อ  จนสุดท้าย น้องน็อคคอพับไปคาเตียง
ท้งผู้ช่วยและหมอรีบอุ้มน้องวิ่งไปยัง ER เพื่อทำการดึงชีวิตกลับคืน  และโชดยังดีที่น้องกลับมาได้
หลังจากนั้น หมอเลยขอไม่รักษาต่อแล้ว  ให้เอากลับไปนอนพักที่บ้านไปเลย
ในตอนนั้น เรารู้สึกเสียใจมากๆ ที่พาน้องมารักษาที่นี่  เพราะเห็นว่าเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่มีคณะสัตวแพทย์  แต่ประสบการณ์การรักษาที่ได้เลวร้ายจริงๆ
อีกไม่กี่วัน น้องก็จากไป เพราะอาการทรุดลงเรื่อยๆ  เลือดจาง ค่าเม็ดเลือดขาวและการอักเสบทะลุไปไกลมาก
เราได้อยู่กับน้องจนลมหายใจสุดท้ายของเค้า เจ็บปวดกับภาพที่เห็น แต่ได้บอกลา บอกรัก ลูบหัว และได้ปิดตาให้
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะขอโทษที่พาออกจากบ้านไปเจ็บตัวทุกวัน  เพราะหวังว่าจะอาการดีขึ้น
เอาความหวังของตัวเอง ไปทำร้ายลูก แทนที่จะได้นอนพักให้สบายๆ ในช่วงเวลาสุดท้าย
และในคืนที่หนูจะสละร่างนี้ไป ขอโทษที่ไม่ได้พาไปห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลเพื่อรั้งหนูกลับมาอีกครั้ง
เพราะรู้ว่าหนูทรมาน เจ็บปวดกับร่างกายนี้เหลือเกิน ยื้อไว้ในวันข้างหน้าหนูก็ต้องเจ็บปวดอีกครั้ง
การจากไปของหนู เหมือนโลกแตก ใจสลาย เพราะไม่เคยคิดว่าลูกจะจากไปด้วยอาการแบบนี้
ค่าตับ ค่าไต หัวใจดีหมด จากที่ทำแสกนล่าสุด  แต่กับก้อนที่ต้องใช้อัลตราซาวด์เช็ค หมอก็ไม่เคยแนะนำให้ต้องทำ
ตอนนี้ก้อยังร้องไห้อยู่ตลอด รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ปล่อยให้ลุกนอนพักสบายๆ รักษาแบบประคับประคองเบาๆไป
อยากฝากบอกบ้านอื่นๆว่า หากถึงภาวะที่การรักษาไปต่อไม่ได้แล้ว อยากให้ประคับประคองให้พาเด็กๆ กลับบ้าน
มาบอกรัก บอกลากันที่บ้าน ให้เค้าได้นอนสบายๆ แบบไม่ต้องมีเข็มเจาะคาแขนในที่ๆเค้าคุ้นเคย จะดีที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่